สธ.สั่งสอบ! ดช.ปวดท้องหนัก พยาบาลให้รอจนช็อกตาย

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzU3Mi8yODYxODM4LzguanBn

 

 

 

 

 

 

 

 

 

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

เด็กชายปวดท้อง เข้ารับการรักษา รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี พยาบาลปล่อยให้รอนานหลายชั่วโมง จนช็อกและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้านปลัดกระทรวงสาธารณสุข สั่งสอบแล้ว

จากกรณีได้มีสมาชิก Facebook ได้แชร์และโพสต์ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ ระบุว่า *บันทึกความทรงจำ ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น*..น้องปวดท้องมาก มากจนต้องส่งตัวฉุกเฉินจาก รพ.แห่งหนึ่งที่อยู่เเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายซองขยายข้างหรือซองเอกสารขยายข้าง ส่งตัวไป รพ.อีกแห่ง จ.เพชรบุรี ตั้งแต่เช้าของวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เมื่อไปถึง พยาบาลกลับบอกให้เด็กชายคนนี้รอก่อน แต่อาการของน้องปวดท้องทรมานมาก จนนั่งไม่ติดเก้าอี้ อีกทั้งหน้าตามีอาการบวมขึ้นจากเดิม จนเกิดอาการช็อกและล้มลงไป 

จากนั้น ทางโรงพยาบาล ได้นำตัวไปรักษาด้วยการทำ CPR จนรู้สึกตัว จึงได้เข้าตรวจอาการป่วย พร้อมเข้าเอ็กซเรย์ร่างกาย เข้าฉีดสี เข้าเครื่องคอม โดยทางแพทย์ผู้รักษาเปิดเผยอาการว่าเด็กชายคนนี้ ป่วยเป็นเส้นเลือดใหญ่ในกระเพาะแตก 

ซึ่งหลังจากนั้นต่อมา เด็กชายรายดังกล่าว มีอาการน็อคอีก 1 ครั้ง และแพทย์ได้ทำการปั้มหัวใจ แต่ครั้งนี้ น้องไม่กลับมาแล้ว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ล่าสุด ทางทีมข่าว สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ได้ประสานสอบถามติดต่อไปสัมภาษณ์ ผู้อำนวย รพ.ดังกล่าว จ.เพชรบุรี ถึงความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น แต่ในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายเวชระเบียน ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลและสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงพยาบาล และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าทาง ผอ.รพ.จะแถลงข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม 2560

ด้าน นายแพทย์ โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีเหตุการณ์ เด็กชายรายหนึ่งมีอาการปวดท้องหนัก เป็นเส้นเลือดใหญ่แตกในกระเพาะอาหาร เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลใน จ.เพชรบุรี แต่พยาบาลปล่อยให้รอนานหลายชั่วโมง จนน้องเกิดอาการช็อก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

โดยเบื้องต้น ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ได้เร่งตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งหากพบความบกพร่องของเจ้าหน้าที่พยาบาลและโรงพยาบาล ที่ปล่อยปละละเลย จนเป็นเหตุให้เด็กชายรายนี้เสียชีวิต จะต้องดำเนินการตามระบบระเบียบวินัย

ขณะเดียวกัน จะให้การช่วยเหลือเยียวยา ตามมาตรา 41 ซึ่งเป็นกฎหมายเพื่อให้การดูแลผู้ให้บริการในหน่วยบริการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาช่วยเหลือครอบครัว

อย่างไรก็ดี ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงฯ ได้สั่งการให้ ดร.นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เป็นผู้ดูแลและเข้าดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นแล้ว

เบรกไม่อยู่! รถบัสบรรทุกนักท่องเที่ยวจีนพุ่งตกถนนทางลงเขาป่าตอง เด็กดับ-เจ็บเกลื่อน

333467-696x435

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเวลา 22.54 . วันที่ 10 ..  ศูนย์กู้ชีพ กู้ภัย มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตได้รับแจ้งจากศูนย์นเรนทรร.พ.วชิระภูเก็ต ว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสพลิกคว่ำทางลงเขาป่าตอง หน้าวัดสุวรรณคีรีวงศ์ฝั่งตรงข้ามร้านขายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกหรือกล่องพัสดุเกรดเอ .พระบารมี.ป่าตอง .กะทู้ มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จึงพร้อมด้วยหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลป่าตองและรถอุปกรณ์ตัดถ่าง ตลอดจนรถอาสาสมัครกู้ภัยกว่า 10 คันรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นทางลงเขาที่มีความลาดชันสูงและมีโค้งหักศอก พบรถบัสสีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 30-0902 พังงา ตะแคงข้างอยู่ริมถนนห่างจากกำแพงกั้นโค้งไม่มากนัก ภายในรถมีเสียงนักท่องเที่ยวชาวจีนชายหญิงนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและตื่นตกใจเป็นจำนวนมาก

หน่วยกู้ชีพต่างเร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นการเร่งด่วน โดยทยอยนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลป่าตอง บางรายปฐมพยาบาลที่เกิดเหตุ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวติดอยู่ภายในรถจำนวน 4 ราย หน่วยกู้ภัยใช้อุปกรณ์ตัดถ่างตัดโครงรถที่ทับร่างอยู่ออก ก่อนนำส่งโรงพยาบาลได้สำเร็จ

25600711_170711_0040-696x392

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขณะเดียวกัน ตรวจสอบพบร่างเด็กชายชาวจีนถูกซากรถทับเสียชีวิตคาที่ 1 ราย ทราบชื่อคือ..ไล้ เจียผุย อายุ 10 ปีถูกกระแทกที่บริเวณศีรษะจนกะโหลกแตก ที่บริเวณศีรษะด้านขวามีบาดแผลฉีกขาดเป็นทางยาว และที่บริเวณหน้าอกขวาเนื้อหน้าอกฉีกขาดเป็นแผลฉกรรจ์

นอกจากนี้มีนักท่องเที่ยวชายหญิงบาดเจ็บมีแผลฉีกขาดตามร่างกายกว่า 8 ราย ที่เหลืออีก 22 รายมีบาดแผลถลอกและฟกช้ำปวดบวมตามร่างกายและเสียชีวิต 1 ราย รวมนักท่องเที่ยวชาวจีน 31 รายและยังมีไกด์อีก 2 คน หัวหน้าไกด์ 2 คน ผู้ติดตาม 1 คนและคนขับรถอีก 1 คน รวมผู้โดยสารทั้งหมด37 คน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถบัสนำนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ใน .ภูเก็ตมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่หาดป่าตอง .กะทู้ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางลงเขาที่มีความลาดชันสูงประกอบกับมีโค้งหักศอก ทำให้คนขับรถพยายามย้ำเบรกขณะที่รถลงเขา ส่งผลให้ลมในหม้อเบรกหมดรถไม่สามารถชะลอความเร็วลงได้ คนขับจึงพยายามจะประคองรถ แต่รถเสียหลักดิ่งลงมาพลิกตะแคงในที่สุด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ที่ผ่านมาทางลงเขาป่าตองบริเวณดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากบ่อยครั้ง ครั้งก่อนเกิดอุบัติเหตุรถบัสบรรทุกนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นจำนวนมากกลับที่พัก รถเบรกลมหมด ทับคนขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนท้องถนนเสียชีวิต 1 รายและผู้โดยสารบาดเจ็บจำนวนมาก

เด็ก ม.2 พลัดร่วงตกรถโรงเรียนขากลับบ้าน ล้อหลังทับร่างซ้ำ

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzUxMy8yNTY1MDE4L25ld3MxNS5qcGc=

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    สุดสะเทือนใจ เด็กนักเรียน ม.2 เสียหลักพลัดร่วงตกรถโรงเรียน ระหว่างทางกลับบ้าน เเถวหน้าร้านขายซองขยายข้างหรือซองเอกสารขยายข้างราคาถูก  ล้อรถเหยียบทับร่างซ้ำ เสียชีวิตคาที่ ย่ารู้ข่าวแทบช็อก

(27 มิ.ย.) เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ร.ต.อ.สมร บัญเรือง รองสวส.สภ.หนองน้อย รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองน้อย อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาทได้รับแจ้งเหตุเด็กนักเรียนตกรถเสียชีวิต บนถนนสายวังหมัน-หนองโสน ม.4 ต.วังหมัน อ.วัดสิงห์ จว.ชัยนาท จึงได้รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลวัดสิงห์ จ.ชัยนาท

ที่เกิดพบศพเด็กนักเรียนหญิงในชุดนักเรียนนอนอยู่บนพื้นถนน สถาพศพนอนคว่ำหน้า มือซ้ายกำแก้วน้ำเอาไว้ มีร่องรอยถูกล้อรถเหยียบไปครึ่งตัว มีเลือดออกจากปากและจมูก เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อภายหลังคือ น้องอ้อ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี

ห่างจากจุดที่พบศพเด็กหญิงออกไปราวๆ 50 เมตรพบรถบัสสีเหลืองคาดขาวไม่ติดแผ่นป้าย ซึ่งใช้รับ-ส่งเด็กนักเรียนโรงเรียนวังหมันจอดอยู่ มีเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ประถม และมัธยม ยืนดูเหตุการณ์อยู่เต็มรถ ทั้งหมดต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

จากการสอบสวน นายจิระ อายุ 51 ปี คนขับรถบัสรับส่งนักเรียน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับเด็กนักเรียนจากโรงเรียนวังหมัน โดยขับมาตามถนนสายวังหมัน-หนองโสน โดยจอดส่งเด็กนักเรียนลงตามจุด โดยจุดเกิดเหตุเป็นจุดที่ 2 ซึ่งจอดรถส่งเด็กนักเรียน จากนั้นจึงได้ขับรถออกไป ขณะที่ขับออกไปรู้สึกว่าล้อหลังรถด้านซ้ายได้ทับอะไรบางอย่าง แต่ในใจคิดว่าเป็นกิ่งไม้ จึงไม่เฉลียวใจ

จนกระทั่งขับรถออกต่อไปเพียงเล็กน้อย ได้ยินเสียงเด็กนักเรียนในรถตะโกนขึ้นมาว่า มีคนพลัดตกลงจากรถ จึงได้หยุดรถจอด แล้วลงไปดูจึงพบว่ามีเด็กนักเรียนตกจากรถจริงๆ แต่ไม่สามารถช่วยได้ เนื่องจากเด็กนักเรียนดังกล่าวได้เสียชีวิตแล้ว

ขณะที่เพื่อนๆ นักเรียนได้ให้การว่า ก่อนเด็กหญิงจะตกลงไปจากรถ เห็นว่ายืนอยู่ตรงบันไดขั้นแรกของประตูด้านหน้าของรถ เนื่องจากเด็กนักเรียนระดับชั้นที่โตแล้ว จะต้องมายืนที่บันไดดังกล่าว เพื่อคุมน้องๆ ที่เด็กกว่าไม่ให้ออกมายืนในจุดอันตราย ซึ่งจังหวะนั้นผู้เสียชิวิตได้หยอกล้อเล่นกับเพื่อน ส่วนอีกมือถือแก้วน้ำเอาไว้ เมื่อรถออกตัว ทำให้พลัดตกจากรถดังกล่าว

เบื้องต้นได้นำศพส่งมอบญาติเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยทันทีที่ผู้เป็นย่าทราบข่าวการเสียชีวิตของหลานสาว ก็รู้สึกตกใจช็อกและร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านแค่ 3 กิโลเมตร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาคนขับรถบัส ฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

บิ๊กไบก์ชนซํ้าซ้อน-ดับ3ศพเมืองถลาง ไม่ทันเห็น รถปิกอัพ “พลิกคว่ำ” พลเมืองดี ตายด้วย!

p0111190660p1-696x458

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดับ 3 – อุบัติเหตุสยองหนุ่มสาวพนักงานโรงงานผลิตเเละจำหน่ายซองขยายข้างหรือซองเอกสารขยายข้างขี่รถบิ๊กไบก์พุ่งชนรถกระบะที่เกิดอุบัติเหตุ ก่อนไถลไปชนพลเมืองดีที่ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอยู่ ทำให้ ทั้งคู่พร้อมพลเมืองดี เสียชีวิตรวม 3 ราย บน ถ.เทพกระษัตรี จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.

อุบัติเหตุซ้ำซ้อนตายเกลื่อนถนนเมืองถลางจ.ภูเก็ต ปิกอัพพุ่งชนท้ายรถตู้โดยสารที่พาแอร์โฮสเตสสายการบินจีนไปส่งสนามบิน ปิกอัพพลิกคว่ำอยู่เกาะกลาง พลเมืองดีจำนวนมากมาช่วยคนเจ็บและโบกรถให้ แต่จู่ๆ มีบิ๊กไบก์ซ้อนสองซิ่งด้วยความเร็วสูงชนท้ายปิกอัพที่คว่ำอยู่ จนรถล้มไถลกวาดพลเมืองดีจำนวนมาก คนขี่บิ๊กไบก์และสาวคนซ้อนเสียชีวิตทั้งคู่ และมีพลเมืองดีจบชีวิตอีกราย บาดเจ็บ 4 คน

เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 18 มิ.ย. ร.ต.อ. ไกรสร บุญประสพ ร้อยเวร สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บบริเวณ ถ.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จึงรายงานผู้บังคับบัญชานำกำลังพร้อมมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต หน่วยกู้ชีพศรีสุนทร กู้ชีพไม้ขาว กู้ชีพทต.ป่าคลอก หน่วย EMS ร.พ. ถลางและอาสมัครฯ ในพื้นที่ อ.ถลาง รุดไปที่เกิดเหตุอยู่หน้าโรงน้ำแข็งทุ่งทอง (บ้านในคลำ) ขาออกนอกเมือง

พบรถยนต์กระบะมิตซูบิชิไทรทัน 4 ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กฎ 9377 กทม.พลิกคว่ำ อยู่เลนขวาสุด คนขับเป็นชายได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางเกาะกลาง ทราบชื่อภายหลังคือนายอรรถพันธ์ พันธ์ทิพย์ อายุ 36 ปี ห่างไปประมาณ 150 เมตรพบรถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน 30-0361 ตรัง มีชื่อข้างรถว่า “รัฐวุฒิ วุ่นคง” มีนายประจวบ ช่วยหวัง อายุ 45 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ผู้โดยสารเป็นชาวต่างชาติชายหญิงหลายราย ยืนอยู่ริมถนนด้วยสีหน้าแตกตื่น

ห่างจากรถตู้เล็กน้อยพบซากรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อซูซูกิ จีเอสเอ็กซ์ ทะเบียน ธนส 439 กรุงเทพฯ ล้มคว่ำอยู่ บริเวณกลางถนนพบศพนายธนาดล สายหล้า อายุ 33 ปี อยู่เขตลาดกระบัง กทม. คนขี่รถจักรยานยนต์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายรายประกอบ ด้วยน.ส.พัชรี วุฒิพันธุ์อายุ 29 ปี ชาวต.วังยาว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม คนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ส่วนที่เหลือเป็นพลเมืองดีที่มาช่วยเหลือประกอบด้วยน.ส.สุภาวดี ทิพย์มงคล อายุ 26 ปี, น.ส.เปมิกา วิไลรัตน์ อายุ 32 ปี น.ส.วริษา ครอส อายุ 17 ปี และนายพรสวรรค์ คงเพ็ชร์ อายุ 51 ปี รปภ.บริษัทบริเวณใกล้เคียง จึงช่วยนำส่งร.พ.ถลาง และร.พ.วชิระภูเก็ต แต่น.ส.พัชรี และนายพรสวรรค์ เสียชีวิตในเวลาต่อมารวมมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

สอบสวนนายประจวบ คนขับรถตู้ได้ความว่ารับผู้โดยสารเป็นกัปตันและลูกเรือของสายการบินแอร์ไชน่า หรือสำนักงานการบินพลเรือนจีนกว่า 10 คนมาจากที่พักที่หาดกะหลิม อ.กะทู้ ไปส่งที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตโดยขับรถอยู่เลนกลาง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถกระบะซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วได้พุ่งชนท้าย ก่อนที่รถกระบะจะเสียหลักพลิกคว่ำบริเวณเกาะกลาง โดยมีพลเมืองดีมาช่วยโบกรถและคนเจ็บ แต่ระหว่างนั้นเองนายธนาดล ขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูงชนกับท้ายปิกอัพจอดอยู่เกาะกลางจนรถเสียหลักไถลไปตามพื้นกระแทกกับพลเมืองดีอีกหลายราย กระทั่งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

จ่อยิงหนุ่มใหญ่ปล่อยกู้ดับสยองคาเก๋ง เผยคนร้ายสุดเหี้ยมฉวยจังหวะเปิดประตูรถรัวใส่หัว2นัดซ้อน

20170531_220013-1-696x392

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 31 พ.ค. พ.ต.ท.รณเดช บุตรศรี สว.สอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนสายใยรัก ฝั่งตรงข้ามร้านขายกล่องกระดาษและกล่องไปรษณีย์ราคาถูก หมู่ 1 ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.สุรจิต ชิงนวรรณ รองผบก. พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน นพ.พุทธนันท์ วรรธนทวาทศ แพทย์โรงพยาบาลกระทุ่มแบน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีขาว ทะเบียน 3 กถ 9681 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมถนน ด้านข้างฝั่งคนขับเปิดออกเล็กน้อย ภายในรถพบศพผู้ชายนั่งหงายหน้าเสียชีวิต คือ นายนรินทร์ ทวีสุข อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 603/1 ถ.แป๊ะกง ต.ตลาดกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน สภาพศพมีรอยถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ขมับขวาทะลุศีรษะด้านซ้าย 1 นัด และอีก 1 นัด กระสุนตุงที่อยู่แก้มด้านซ้าย ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุยังไม่ทราบขนาด เพราะไม่พบปลอกกระสุนปืน นอกจากนี้ภายในตัวยังพบเงินสดอีกจำนวนหนึ่ งพร้อมจดหมายน้อย 1 ฉบับ ข้อความเขียนสื่อถึงการขอคบหากับผู้ชายคนหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร

สอบถามญาติผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นบุตรชายของอดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กระทุ่มแบน นิสัยคล้ายผู้หญิง และมีอาชีพปล่อยเงินกู้ เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมาจอดรถหน้าร้านขายกล่องกระดาษและกล่องไปรษณีย์ราคาถูก จากนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งอายุราวๆ 30 ปี มายืนคุยที่รถ โดยผู้ตายเปิดประตูคุยกัน สักพักได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ก่อนที่ชายหนุ่มดังกล่าวจะหันหลังเดินออกไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ โดยตั้งปมไว้หลายประเด็นด้วยกัน สาเหตุอาจจะมาจากการฆ่าล้างหนี้ของลูกหนี้นอกระบบ เรื่องส่วนตัวในเชิงชู้สาวที่ไม่สามารถตกลงกันได้ระหว่างชายกับชาย หรือ อาจจะมาจากความโกรธแค้นบางอย่าง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด ซึ่งก็จะตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ผัวขี่รถนำ-เมียขับตามฝ่าฝน พุ่งชนดับคาที่ ตร.ยังแคลงใจ

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQ0OS8yMjQ2NjU4L25ld3MwMS5qcGc=

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พ่อค้าหนุ่มขี่จักรยานยนต์นำทาง ส่วนภรรยาสาวพนักงานโรงานขายกล่องพัสดุเเละกล่องไปรษณีย์ขับเก๋งตามท้าย แต่อยู่ๆ เกิดพุ่งชนท้าย ร่างเข้าใต้ท้องรถลากไป 40 เมตร ตร.ยังไม่ปักใจเชื่อเป็นอุบัติเหตุ รอสอบสวนภรรยาที่ยังช็อก

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (28 พ.ค.) ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ นุตเจริญ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งมีเหตุรถเก๋งชนจักรยานยนต์เสียชีวิต บริเวณหน้าร้านอาหารย่านซื่อปลาเผา ถนนอ่างทอง-สิงห์บุรี(สายเก่า) ม.4 ต.ย่านซื่อ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งเหตุจึงรุดไปไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กง2824 อ่างทอง จอดอยู่ด้านหน้ารถพังยับ บริเวณด้านข้างรถพบศพ นายมงคล อายุ 43 ปี พ่อค้าขายไอครีมในตลาดอ่างทอง นอนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ ห่างไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน กก-7489 อ่างทอง ของผู้เสียชีวิต สภาพด้านท้ายถูกชนจนพังยับเยิน

ขณะที่คนขับรถเก๋ง อยู่ในอาการช็อกอย่างรุนแรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลเมืองดีได้นำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อภายหลังคือ นางศิริพร อายุ 38 ปี ซึ่งภรรยาของผู้เสียชีวิต

จากการสอบถามมารดาของนางศิริพร ทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกเขย ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนัก ทั้งคู่ได้ขับรถออกจากร้านขายของในตัวเมือง เพื่อเดินทางกลับบ้าน โดยให้ภรรยาขับรถเก๋งตามมา โดยที่ฝ่ายสามีขี่รถจักรยานยนต์นำหน้าอยู่ไม่ห่าง

แต่พอขับมาถึงตรงจุดเกิดเหตุ รถเก๋งที่ฝ่ายภรรยาขับอยู่ เกิดพุ่งชนท้ายจักรยานยนต์ของสามีตัวเองอย่างแรง ทำให้ร่างกระเด็นลงไปที่พื้น และถูกรถเก๋งตามมาทับซ้ำอีก ทำให้ร่างติดอยู่ใต้ท้องรถ ลากไปไกลกว่า 40 เมตร เมื่อจอดรถได้ นางศิริพรจึงได้รีบลงมาดูสามี ก็พบว่าติดใต้ท้องรถ จึงกรีดร้องและช็อกอยู่กลางถนน พลเมืองดีวิ่งเข้ามาช่วยเหลือ

ส่วนฝ่ายสามีที่ติดอยู่ใต้ท้องรถนั้น เจ้าหน้าที่พบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงได้ช่วยกันนำร่างออกมา เพื่อรอแพทย์จาก รพ.อ่างทอง มาชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า อุบัติเหตุในครั้งนี้ต้องรอตรวจสอบอีกครั้งว่า เป็นเหตุตั้งใจชนหรืออุบัติเหตุ เพราะจากการให้ปากคำของญาติ พบว่าเป็นการขับรถตามกันมาตามปกติ ยังขัดแย้งกับหลักฐานจากสภาพความเสียหายของรถและสถานที่เกิดเหตุ ที่บ่งบอกว่าเป็นการชนอย่างแรง จนรถลากร่างของผู้เสียชีวิตไปไกลกว่า 40 เมตร

ขณะนี้ต้องรอสอบปากคำ นางศิริพร ฝ่ายภรรยา ที่ยังช็อกกับเหตุการณ์และให้การใดๆ ไม่ได้ รวมทั้งต้องสอบพยานจึงจะสามารถจะสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้

ผงะ! ช่างเสริมสวยโพสต์ตัดพ้อแฟนหนุ่มหนีหาย ก่อนผูกคอเน่าคาร้าน

ผงะ! ช่างเสริมสวยโพสต์ตัดพ้อแฟนหนุ่มหนีหาย ก่อนผูกคอเน่าคาร้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (17 พ.ค.) เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุมีมีผู้ผูกคอตายภายในบ้านพักอยู่เเถวบริษัทรับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทและเครื่องจักรพิมพิ์กล่อง เหตุเกิดที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ต.ป่างิ้ว อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง

ที่เกิดเหตุพบห้องเช่าดังกล่าวเป็นแถวยาว ๆ ห้องที่เกิดเหตุอยู่ริมขวาสุด เปิดเป็นร้านเสริมสวย ภายในร้านด้านในพบศพนางพรทิพย์ อายุ 27 ปี เสียชีวิต อยู่ในสภาพใช้เชือกรัดที่คอไว้กับลูกกรงเหล็กดัด ขาอยู่บนพื้น บริเวณช่วงล่างของลำตัวเขียวคล้ำ จนออกดำ กลิ่นเหม็นโชยคละคลุ้ง

จากการสอบสวนนายสมหมาย อายุ 55 พบศพคนแรกกล่าวว่า นางพรทิพย์เป็นอดีตลูกสะใภ้ของตนซึ่งเลิกรากับลูกชายของตนนานแล้ว โดยมีหลานให้ตนเลี้ยงไว้ 1 คน ก่อนที่นางพรทิพย์จะไปมีสามีใหม่ซึ่งทำงานโรงงาน และมักไปมาหาสู่กันเป็นประจำ  ตนนั้นเช่าห้องเปิดเป็นร้านขายของอยู่ใกล้ ๆ กับร้านของนางพรทิพย์

 ก่อนหน้านี้ ทราบข่าวว่านางพรทิพย์นั้นมีปัญหากับสามีใหม่ แต่ตนก็ไม่ได้คิดอะไรไม่อยากไปยุ่ง จนกระทั่งเมื่อ เห็นผิดสังเกตที่ไม่เห็นนางพรทิพย์นั้นเปิดร้าน ตนมาตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับ ก็เข้าใจว่านางพรทิพย์คงออกไปทำธุระข้างนอก จนกระทั่งวันนี้ได้กลิ่นเหม็นลอยออกมาจากห้องพักของนางพรทิพย์ ตนเริ่มเอะใจ ก็เลยจะไปเปิดประตูดูแต่ปรากฏว่าประตูร้านของนางพรทิพย์นั้นล็อกหมด

จึงได้หารือกับห้องเช่าห้องอื่นและเจ้าของห้องเช่า ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยกันงัดห้องดังกล่าว เมื่องัดห้องออกมาได้ก็ต้องผงะเนื่องจากกลิ่นเหม็นโชยออกมาอย่างแรงทั่วบริเวณ พอเดินเข้าไปดูก็พบว่านางพรทิพย์นั้นได้ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับลูกกรงเหล็กดัดเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบและเดินทางมาตรวจสอบ

ส่วน นางสาววิจิตรา อายุ 26 ปี เพื่อนของนางพรทิพย์ กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า นางพรทิพย์กับตนนั้นเป็นเพื่อนสนิทกัน เวลามีปัญหาอะไรนางพรทิพย์ก็จะมาเล่าและปรึกษากับตนตลอด โดยก่อนหน้านี้ก็ได้มีการคุยกับตนผ่านเฟซบุ๊กว่ามีปัญหากับสามีใหม่ เกี่ยวกับพูดจากันไม่ค่อยเข้าใจอยู่บ่อย ๆ และเวลามีปัญหากันแฟนใหม่ของนางพรทิพย์ก็จะหายหน้าไปแบบนี้ทุก ๆ ครั้ง

 จนกระทั่งนางพรทิพย์ได้เอ่ยปากพูดว่า หากทะเลาะกันแล้วแฟนใหม่มาหนีหายไปแบบนี้อีก ก็จะฆ่าตัวตาย ซึ่งตนก็เคยเตือนไว้ว่าอย่าคิดสั้น แต่ท้ายที่สุดก็มาเกิดเรื่องจนได้ โดยก่อนเสียชีวิตนางพรทิพย์ได้มีการโพสต์ข้อความตัดพ้อเกี่ยวกับความรักไว้ด้วย

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุ ในเบื้องต้นพบว่าที่เกิดเหตุมีขวดสุราตั้งอยู่ 1 แบน คาดว่าก่อนเกิดเหตุนางพรทิพย์น่าจะคิดมากและคิดน้อยใจเรื่องที่ปัญหากับแฟนใหม่ และอาจกินยาอะไรบางอย่างเข้าไปด้วย ก่อนที่จะคิดสั้นผูกคอตัวเองเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม จะได้นำศพส่งชันสูตรยังสถาบันนิติเวชเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป

สิ้นใจแล้ว เด็กชายถูกเพื่อนแทงตัดขั้วหัวใจ ญาติรับศพเศร้า

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNS8yMTc4OTQ2L25ld3MwNi5qcGc=

เหตุเด็ก ม.1 ใช้มีดแทงเพื่อนร่วมชั้นระหว่างเข้าค่าย รุ่นพี่เข้ามาห้ามก็ได้รับบาดเจ็บไปด้วยต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงประคองเวลาเดิน ล่าสุดเหยื่อได้เสียชีวิตลงแล้ว ครอบครัวยากจนไม่มีเงินทำศพ ตร.จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มกับเด็กที่ก่อเหตุ

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (5 มี.ค.) ที่วัดโหละหาร หมู่ที่ 1 ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ญาติพี่น้องเพื่อนๆ กว่า 300 คน ได้นำศพ น้องบอล (นามสมมติ) เด็กชายนักเรียน ม.1 โรงเรียนทุ่งเกาะญวน ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว ซึ่งถูกเพื่อนร่วมชั้นเดียว ใช้อาวุธมีดพกจวงแทงเข้าที่ราวนมด้านซ้ายถูกตรงเส้นเลือดใหญ่หัวใจ ระหว่างเข้าค่ายอบรมคุณธรรม-จริยธรรม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 มี.ค.) ล่าสุด น้องบอลได้เสียชีวิตลงแล้ว

ตามรายงานระบุว่า หลังจากที่ น้องบอล ได้เข้ารักษาตัวที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์ตรัง เป็นเวลาราวๆ 3 วัน 2 คืน ล่าสุดก็ได้เสียชีวิตลงในช่วงเย็นของวันที่ 5 มีนาคม สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่แม่ ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง เมื่อทราบข่าวต่างเดินทางเพื่อไปรับศพที่โรงพยาบาลศูนย์ตรังนำศพมาตั้งที่วัดโหละหารใกล้กับบ้านพัก

ระหว่างที่ทำพิธีรดนำศพเพื่อนๆ ระดับชั้นเดียวกันและโรงเรียนเดียวกัน ต่างหลั่งไหลมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ทุกคนต่างร้องไห้น้ำตาอาบแก้มกันทุกคน เพื่อนๆ ของผู้เสียชีวิตบอกว่า ผู้ที่ก่อเหตุมักจะมีเรื่องทะเลาะกับวัยรุ่นเป็นประจำ แต่ก็ไม่ทราบว่าเหตุใดถึงก่อเหตุกับน้องบอล

สำหรับครอบครัวของน้องบอลนั้น แม่พ่อได้แยกทางกัน แม่มีลูก 3 คน มีพี่สาวกับน้องสาว โดยที่น้องบอลเป็นลูกชายคนกลาง แม่ฐานะยากจนรับจ้างกรีดยาง ไม่มีเงินซื้อโลงศพ ทางนายก อบต.หนองบ่อ ได้จัดการซื้อโลงศพให้ก่อน จำนวน 10,000 บาท และยังไม่มีการกำหนดฌาปนกิจศพ

ส่วนทางด้านคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว และในเมื่อเด็กชายบอล เสียชีวิตลง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหากับเด็กชายที่ก่อเหตุเพิ่มเติม

พบ2สามีภรรยาพิการสู้ชีวิตเปิดร้านซักรีดที่อ่างทอง

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNC8yMTcyMTM0Lzc2NTA0Ni0wMS5qcGc=

2สามีภรรยาพิการสู้ชีวิตเปิดร้านซักรีด-ขายกล่องกระดาษและกล่องไปรษณีย์ ใน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง แม้ยากลำบากก็ไม่หวั่น

ที่บริเวณร้านรุ่งรัตน์ ซัก-อบ-รีด เลขที่ 7/5หมู่ 5 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง นายธวรักษ์ มณีโชติ สามี อายุ 41 ปี พิการขาซ้าย ต้องใส่ขาเทียม ขณะที่ นางรุ่งรัตน์ มณีโชติ อายุ 40 ปี ภรรยาก็พิการขาทั้งสองข้าง ต้องใช้รถวีลแชร์ ในชีวิตประจำวัน โดย 2 สามีภรรยาเป็นผู้พิการที่สู้ชีวิตทำมาหากิน ด้วยการเปิดร้านซัก-อบ-รีด มีบุตร 1 คน คือ ด.ช.อดิศักดิ์ อายุ 13 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และเป็นนักกีฬาปัญจกีฬา ทีมชาติไทย สร้างความปลาบปลื้มและกำลังใจให้แก่สองสามีภรรยาเป็นอย่างมาก

ด้าน นางรุ่งรัตน์ กล่าวว่า ตนเองได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้เสียขาทั้ง 2 ข้างไป แต่ก็ไม่ย่อท้อ ขอสู้ชีวิตทำมาหากินสุจริต และได้ไปฝึกอาชีพผู้พิการที่ จ.นทบุรี จนพบรักกับ นายธวรักษ์ ก่อนตัดสินใจแต่งงานกันและเปิดร้านซักรีดในการหาเลี้ยงครอบครัวมานาน 11 ปี แล้ว ทั้งนี้ อยากเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้แก่ผู้พิการทั้งหลายได้หันมาสู้ชีวิตเพื่อตนเองและครอบครัว

ขณะที่ นายธวรักษ์ กล่าวว่า การดำเนินชีวิตนั้นต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีความพิการทั้งสองคน ทำให้ต้องขยันและมีความพยายามเพิ่มเป็น 2 เท่า เมื่อปลายปี 2559 นั้น ครอบครัวตนเองได้ทำความดี ให้บริการรับซักผ้าสีดำให้กับประชาชนฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทำให้ครอบครัวของตนเองได้รับการอุดหนุนในการใช้บริการของประชาชนเพิ่มมากขึ้น สร้างความปลาบปลื้มใจด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ผัวหึงเมีย จับได้แอบคุยไลน์ คว้าปืนจ่อยิงดับ ก่อนฆ่าตัวตายตาม ทิ้งลูก 3 คนกำพร้า

03

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  วันที่ 2 ก.พ. พ.ต.ต.พิเชษฐ มาช่วย สารวัตร (สอบสวน) สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต มีผู้เสียชีวิต2 รายเป็นพนักงานโรงงานผลิตกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุ อาศัยที่บ้านเลขที่ 14 ชุมชนหนองปู 93 หมู่ 3 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุภายในห้องนอนชั้นที่ 2 ของบ้านหลังดังกล่าว พบศพนายปรเมท จันทร์เม้า อายุ 42 ปี นอนหงายอยู่บนที่นอน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นเข้าที่หน้าอก 1 นัด ข้างกันพบศพนางวิลาพร จันทร์เม้า อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นภรรยา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดกเดียวกันเข้าที่ท้องช่วงบริวณสะดือ นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนลูกซองสั้นเบอร์ 12 ตกอยู่บนที่นอน และโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง วางอยู่ใกล้กัน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายดม จันทร์ทอง อายุ 70 ปี พ่อของนางวิลาพร ให้การว่า ทั้ง 2 คน ต่างเคยมีครอบครัวและมีลูกกันคนละ 1 คน จากนั้นทั้ง 2 คนก็มาคบหากันและมีลูกด้วยกันอีก 1 คน รวมเป็น 3 คน ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้เวลาไปรับลูกกลับจากโรงเรียน แต่ก็ไม่เห็นทั้ง 2 คนลงมา จึงเรียกไปก็ไม่มีเสียงตอบกลับ จากนั้นตนจึงได้เดินขึ้นไปบนชั้นที่ 2 ก็พบว่าทั้งคู่เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 คน ทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุใน อ.แก่งคอย แต่อยู่คนละโรงงานกัน และก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คน เคยทีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เนื่องจากฝ่ายชายจับได้ว่าฝ่ายหญิงแอบคุยไลน์กับชายอื่น และฝ่ายหญิงเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี จึงเกิดความหึงหวง คาดว่าฝ่ายชายน่าจะใช้ปืนยิงฝ่ายหญิงจนเสียชีวิต ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองตายตาม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องหึงหวง ซึ่งหลังจากนี้ได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม รวมทั้งผู้ที่รู้จักคุ้นเคยกับผู้ตายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนดำเนินการต่อไป