ผงะ! ช่างเสริมสวยโพสต์ตัดพ้อแฟนหนุ่มหนีหาย ก่อนผูกคอเน่าคาร้าน

ผงะ! ช่างเสริมสวยโพสต์ตัดพ้อแฟนหนุ่มหนีหาย ก่อนผูกคอเน่าคาร้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (17 พ.ค.) เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุมีมีผู้ผูกคอตายภายในบ้านพักอยู่เเถวบริษัทรับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทและเครื่องจักรพิมพิ์กล่อง เหตุเกิดที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ต.ป่างิ้ว อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง

ที่เกิดเหตุพบห้องเช่าดังกล่าวเป็นแถวยาว ๆ ห้องที่เกิดเหตุอยู่ริมขวาสุด เปิดเป็นร้านเสริมสวย ภายในร้านด้านในพบศพนางพรทิพย์ อายุ 27 ปี เสียชีวิต อยู่ในสภาพใช้เชือกรัดที่คอไว้กับลูกกรงเหล็กดัด ขาอยู่บนพื้น บริเวณช่วงล่างของลำตัวเขียวคล้ำ จนออกดำ กลิ่นเหม็นโชยคละคลุ้ง

จากการสอบสวนนายสมหมาย อายุ 55 พบศพคนแรกกล่าวว่า นางพรทิพย์เป็นอดีตลูกสะใภ้ของตนซึ่งเลิกรากับลูกชายของตนนานแล้ว โดยมีหลานให้ตนเลี้ยงไว้ 1 คน ก่อนที่นางพรทิพย์จะไปมีสามีใหม่ซึ่งทำงานโรงงาน และมักไปมาหาสู่กันเป็นประจำ  ตนนั้นเช่าห้องเปิดเป็นร้านขายของอยู่ใกล้ ๆ กับร้านของนางพรทิพย์

 ก่อนหน้านี้ ทราบข่าวว่านางพรทิพย์นั้นมีปัญหากับสามีใหม่ แต่ตนก็ไม่ได้คิดอะไรไม่อยากไปยุ่ง จนกระทั่งเมื่อ เห็นผิดสังเกตที่ไม่เห็นนางพรทิพย์นั้นเปิดร้าน ตนมาตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับ ก็เข้าใจว่านางพรทิพย์คงออกไปทำธุระข้างนอก จนกระทั่งวันนี้ได้กลิ่นเหม็นลอยออกมาจากห้องพักของนางพรทิพย์ ตนเริ่มเอะใจ ก็เลยจะไปเปิดประตูดูแต่ปรากฏว่าประตูร้านของนางพรทิพย์นั้นล็อกหมด

จึงได้หารือกับห้องเช่าห้องอื่นและเจ้าของห้องเช่า ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยกันงัดห้องดังกล่าว เมื่องัดห้องออกมาได้ก็ต้องผงะเนื่องจากกลิ่นเหม็นโชยออกมาอย่างแรงทั่วบริเวณ พอเดินเข้าไปดูก็พบว่านางพรทิพย์นั้นได้ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับลูกกรงเหล็กดัดเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบและเดินทางมาตรวจสอบ

ส่วน นางสาววิจิตรา อายุ 26 ปี เพื่อนของนางพรทิพย์ กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า นางพรทิพย์กับตนนั้นเป็นเพื่อนสนิทกัน เวลามีปัญหาอะไรนางพรทิพย์ก็จะมาเล่าและปรึกษากับตนตลอด โดยก่อนหน้านี้ก็ได้มีการคุยกับตนผ่านเฟซบุ๊กว่ามีปัญหากับสามีใหม่ เกี่ยวกับพูดจากันไม่ค่อยเข้าใจอยู่บ่อย ๆ และเวลามีปัญหากันแฟนใหม่ของนางพรทิพย์ก็จะหายหน้าไปแบบนี้ทุก ๆ ครั้ง

 จนกระทั่งนางพรทิพย์ได้เอ่ยปากพูดว่า หากทะเลาะกันแล้วแฟนใหม่มาหนีหายไปแบบนี้อีก ก็จะฆ่าตัวตาย ซึ่งตนก็เคยเตือนไว้ว่าอย่าคิดสั้น แต่ท้ายที่สุดก็มาเกิดเรื่องจนได้ โดยก่อนเสียชีวิตนางพรทิพย์ได้มีการโพสต์ข้อความตัดพ้อเกี่ยวกับความรักไว้ด้วย

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุ ในเบื้องต้นพบว่าที่เกิดเหตุมีขวดสุราตั้งอยู่ 1 แบน คาดว่าก่อนเกิดเหตุนางพรทิพย์น่าจะคิดมากและคิดน้อยใจเรื่องที่ปัญหากับแฟนใหม่ และอาจกินยาอะไรบางอย่างเข้าไปด้วย ก่อนที่จะคิดสั้นผูกคอตัวเองเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม จะได้นำศพส่งชันสูตรยังสถาบันนิติเวชเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป

สิ้นใจแล้ว เด็กชายถูกเพื่อนแทงตัดขั้วหัวใจ ญาติรับศพเศร้า

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNS8yMTc4OTQ2L25ld3MwNi5qcGc=

เหตุเด็ก ม.1 ใช้มีดแทงเพื่อนร่วมชั้นระหว่างเข้าค่าย รุ่นพี่เข้ามาห้ามก็ได้รับบาดเจ็บไปด้วยต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงประคองเวลาเดิน ล่าสุดเหยื่อได้เสียชีวิตลงแล้ว ครอบครัวยากจนไม่มีเงินทำศพ ตร.จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มกับเด็กที่ก่อเหตุ

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (5 มี.ค.) ที่วัดโหละหาร หมู่ที่ 1 ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ญาติพี่น้องเพื่อนๆ กว่า 300 คน ได้นำศพ น้องบอล (นามสมมติ) เด็กชายนักเรียน ม.1 โรงเรียนทุ่งเกาะญวน ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว ซึ่งถูกเพื่อนร่วมชั้นเดียว ใช้อาวุธมีดพกจวงแทงเข้าที่ราวนมด้านซ้ายถูกตรงเส้นเลือดใหญ่หัวใจ ระหว่างเข้าค่ายอบรมคุณธรรม-จริยธรรม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 มี.ค.) ล่าสุด น้องบอลได้เสียชีวิตลงแล้ว

ตามรายงานระบุว่า หลังจากที่ น้องบอล ได้เข้ารักษาตัวที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์ตรัง เป็นเวลาราวๆ 3 วัน 2 คืน ล่าสุดก็ได้เสียชีวิตลงในช่วงเย็นของวันที่ 5 มีนาคม สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่แม่ ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง เมื่อทราบข่าวต่างเดินทางเพื่อไปรับศพที่โรงพยาบาลศูนย์ตรังนำศพมาตั้งที่วัดโหละหารใกล้กับบ้านพัก

ระหว่างที่ทำพิธีรดนำศพเพื่อนๆ ระดับชั้นเดียวกันและโรงเรียนเดียวกัน ต่างหลั่งไหลมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ทุกคนต่างร้องไห้น้ำตาอาบแก้มกันทุกคน เพื่อนๆ ของผู้เสียชีวิตบอกว่า ผู้ที่ก่อเหตุมักจะมีเรื่องทะเลาะกับวัยรุ่นเป็นประจำ แต่ก็ไม่ทราบว่าเหตุใดถึงก่อเหตุกับน้องบอล

สำหรับครอบครัวของน้องบอลนั้น แม่พ่อได้แยกทางกัน แม่มีลูก 3 คน มีพี่สาวกับน้องสาว โดยที่น้องบอลเป็นลูกชายคนกลาง แม่ฐานะยากจนรับจ้างกรีดยาง ไม่มีเงินซื้อโลงศพ ทางนายก อบต.หนองบ่อ ได้จัดการซื้อโลงศพให้ก่อน จำนวน 10,000 บาท และยังไม่มีการกำหนดฌาปนกิจศพ

ส่วนทางด้านคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว และในเมื่อเด็กชายบอล เสียชีวิตลง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหากับเด็กชายที่ก่อเหตุเพิ่มเติม

พบ2สามีภรรยาพิการสู้ชีวิตเปิดร้านซักรีดที่อ่างทอง

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNC8yMTcyMTM0Lzc2NTA0Ni0wMS5qcGc=

2สามีภรรยาพิการสู้ชีวิตเปิดร้านซักรีด-ขายกล่องกระดาษและกล่องไปรษณีย์ ใน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง แม้ยากลำบากก็ไม่หวั่น

ที่บริเวณร้านรุ่งรัตน์ ซัก-อบ-รีด เลขที่ 7/5หมู่ 5 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง นายธวรักษ์ มณีโชติ สามี อายุ 41 ปี พิการขาซ้าย ต้องใส่ขาเทียม ขณะที่ นางรุ่งรัตน์ มณีโชติ อายุ 40 ปี ภรรยาก็พิการขาทั้งสองข้าง ต้องใช้รถวีลแชร์ ในชีวิตประจำวัน โดย 2 สามีภรรยาเป็นผู้พิการที่สู้ชีวิตทำมาหากิน ด้วยการเปิดร้านซัก-อบ-รีด มีบุตร 1 คน คือ ด.ช.อดิศักดิ์ อายุ 13 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และเป็นนักกีฬาปัญจกีฬา ทีมชาติไทย สร้างความปลาบปลื้มและกำลังใจให้แก่สองสามีภรรยาเป็นอย่างมาก

ด้าน นางรุ่งรัตน์ กล่าวว่า ตนเองได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้เสียขาทั้ง 2 ข้างไป แต่ก็ไม่ย่อท้อ ขอสู้ชีวิตทำมาหากินสุจริต และได้ไปฝึกอาชีพผู้พิการที่ จ.นทบุรี จนพบรักกับ นายธวรักษ์ ก่อนตัดสินใจแต่งงานกันและเปิดร้านซักรีดในการหาเลี้ยงครอบครัวมานาน 11 ปี แล้ว ทั้งนี้ อยากเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้แก่ผู้พิการทั้งหลายได้หันมาสู้ชีวิตเพื่อตนเองและครอบครัว

ขณะที่ นายธวรักษ์ กล่าวว่า การดำเนินชีวิตนั้นต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีความพิการทั้งสองคน ทำให้ต้องขยันและมีความพยายามเพิ่มเป็น 2 เท่า เมื่อปลายปี 2559 นั้น ครอบครัวตนเองได้ทำความดี ให้บริการรับซักผ้าสีดำให้กับประชาชนฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทำให้ครอบครัวของตนเองได้รับการอุดหนุนในการใช้บริการของประชาชนเพิ่มมากขึ้น สร้างความปลาบปลื้มใจด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ผัวหึงเมีย จับได้แอบคุยไลน์ คว้าปืนจ่อยิงดับ ก่อนฆ่าตัวตายตาม ทิ้งลูก 3 คนกำพร้า

03

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  วันที่ 2 ก.พ. พ.ต.ต.พิเชษฐ มาช่วย สารวัตร (สอบสวน) สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต มีผู้เสียชีวิต2 รายเป็นพนักงานโรงงานผลิตกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุ อาศัยที่บ้านเลขที่ 14 ชุมชนหนองปู 93 หมู่ 3 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุภายในห้องนอนชั้นที่ 2 ของบ้านหลังดังกล่าว พบศพนายปรเมท จันทร์เม้า อายุ 42 ปี นอนหงายอยู่บนที่นอน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นเข้าที่หน้าอก 1 นัด ข้างกันพบศพนางวิลาพร จันทร์เม้า อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นภรรยา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดกเดียวกันเข้าที่ท้องช่วงบริวณสะดือ นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนลูกซองสั้นเบอร์ 12 ตกอยู่บนที่นอน และโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง วางอยู่ใกล้กัน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายดม จันทร์ทอง อายุ 70 ปี พ่อของนางวิลาพร ให้การว่า ทั้ง 2 คน ต่างเคยมีครอบครัวและมีลูกกันคนละ 1 คน จากนั้นทั้ง 2 คนก็มาคบหากันและมีลูกด้วยกันอีก 1 คน รวมเป็น 3 คน ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้เวลาไปรับลูกกลับจากโรงเรียน แต่ก็ไม่เห็นทั้ง 2 คนลงมา จึงเรียกไปก็ไม่มีเสียงตอบกลับ จากนั้นตนจึงได้เดินขึ้นไปบนชั้นที่ 2 ก็พบว่าทั้งคู่เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 คน ทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุใน อ.แก่งคอย แต่อยู่คนละโรงงานกัน และก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คน เคยทีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เนื่องจากฝ่ายชายจับได้ว่าฝ่ายหญิงแอบคุยไลน์กับชายอื่น และฝ่ายหญิงเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี จึงเกิดความหึงหวง คาดว่าฝ่ายชายน่าจะใช้ปืนยิงฝ่ายหญิงจนเสียชีวิต ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองตายตาม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องหึงหวง ซึ่งหลังจากนี้ได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม รวมทั้งผู้ที่รู้จักคุ้นเคยกับผู้ตายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนดำเนินการต่อไป

สาวกรีดร้องลั่น เสี่ยขนส่งพาครอบครัวเที่ยวตรุษจีน หลับในรถตกสะพานดับคาซาก ลูก-เมียสาหัส

  เสี่ยหุ้นส่วนขนส่งสินค้าและเจ้าของธุรกิจขายกล่องไปรษณีย์ กล่องพัสดุ พาครอบครัวเที่ยวตรุษจีน หลับในรถตกสะพานดับคาซาก ลูก-เมียสาหัส

เมื่อเวลา 05.15 น. วันที่ 28 ม.ค. ร.ต.อ.ยุทธพงษ์ ปินตาภรณ์ ร้อยเรว สภ.บ้านตาก อ.บ้านตาก จ.ตาก รับแจ้งอุบัติเหตุที่ถนนพหลโยธินขาขึ้น หลัก กม.552-553 บ้านห้วยแม่บอน หมู่ 12 ต.ตากออก อ.บ้านตาก จ.ตาก รุดไปสอบสวนไปที่เกิดเหตุ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัยเจดีย์บ้านตาก กู้ภัยระแหงและ กู้ภัย อบจ.ตาก นำเครื่องมือตัดถ่าง เพื่อรีบไปทำการช่วยชีวิต

ที่เกิดเหตุบริเวณใต้สะพานบ้านห้วยแม่บอน พบรถยนต์แบบเอนกประสงค์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน ฌษ 2090 กรุงเทพมหานคร ตกจากสะพานสภาพพังยับเยินทั้งคัน มีน้ำมันไหลนองพื้นถนน มีผู้เสียชีวิตกระเด็นออกนอกรถ ทราบชื่อคือนายสมชาย ศรีประเสริฐ อายุ 59 ปี มีคนติดอยู่ในซากรถจำนวน 3 คน ทราบชื่อ คือนางชบา ศรีประเสริฐ อายุ 55 ปี ภรรยา นางสาวไมมูน วันเต๊ะ อายุ 26 ปี เพื่อนลูกสาว ติดภายใน และนางสาวณัฐญา เทียนทอง อายุ 30 ปี ลูกสาวคนขับ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลบ้านตาก เจ้าหน้ากู้ภัยต้องช่วยกันนำเครื่องตัดถ่างงัดเอาร่างผู้บาดเจ็บออกจากซากรถอย่างทุลักทุเล เนื่องจากถูกหลังคารถหนีบแขน และเบาะทับร่างผู้บาดเจ็บ

สอบสวนทราบว่า นายสมชายผู้เสียชีวิต เป็นหุ้นส่วนใหญ่บริษัทแต้พังเฮง ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าทั่วภาคเหนือ เนื่องจากเป็นเทศกาลตรุษจีนได้พาครอบครัว รวม 4 คน เดินทางจะไปพักผ่อนช่วงตรุษจีน มาจากจังหวัดสิงห์บุรีไปเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายสาวณัฐญา เทียนทอง ลูกสาวเป็นคนขับ มาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงสะพานคู่ขนาน เกิดหลับในรถชนหัวสะพานอย่างจังทำให้รถตกลงไปใต้สะพาน รถพังยับทั้งคัน มีผู้เสียชีวิตและลูกเมียบาดเจ็บสาหัส

ซึ่งระหว่าง ทำการช่วยเหลือนางสาวไมมูน วันเต๊ะ อายุ 26 ปี เพื่อนลูกสาว ซึ่งติดภายในซากรถ ในสภาพแขนขาหักได้กรีดร้อง ขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด อย่างสุดทรมาน ใช้เวลา 45 นาที จึงสามารถนำออกมาเพื่อ ส่งโรงพยาบาลบ้านตาก เพื่อทำการช่วยชีวิตต่อไป

22ชีวิตระทึกอีกแล้ว!! บัสนักท่องเที่ยวชนสนั่นกระบะ คนเจ็บเลือดอาบหน้า-ร้องเจ็บปวดให้ช่วย

เมื่อเวลา 04.26 น. วันที่ 27 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับเเจ้งรถบัสนักท่องเที่ยวชาวจีนชนกับรถกระบะบริเวณตรงข้ามร้านโชคโยธาวัสดุก่อสร้างอยู่ติดร้านขายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกและกล่องพัสดุใกล้สามเเยกปากทางเข้าวัดหลวงปู่สุภาฯ ม.6 ต.ฉลอง อ.เมือง จึงประสานหน่วยภูเก็ตร่วมใจกู้ภัยเข้าร่วมตรวจสอบ หลังจากนั้น ร.ต.อ.สมเกียรติ สารสิทธิ์ ร้อยเวร สภ.ฉลอง เข้าตรวจสอบพบรถบัส หมายเลขทะเบียน 31-0344 กทม. ข้างรถเขียนชื่อ บริษัทไทเมอร์นิ่งซั่นทัวร์ ในสภาพพังเสียหาย คนขับ คือ นายณัฐพล โปซิว อายุ 36 ปี นอนเจ็บอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มทำการช่วยเหลือก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

 

ทั้งนี้ใกล้กันยังพบรถกระบะโตโยต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน กว6371 ภูเก็ต ภายในมีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ในสภาพเลือดนองใบหน้า ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทราบชื่อ คือ นายพัทธนันทร์ เกษมโชค อยู่ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย ช่วยกันนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถ อย่างทุลักทุเล เพราะส่วนขาติดอยู่บริเวณด้านในรถ นอกจากนี้ภายในรถคันดังกล่าวยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายทราบชื่อภายหลังว่า นายอนิพัฒน์ นาครินทร์ อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวา เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสิริโรจน์ ภูเก็ต ส่วนคนขับรถกระบะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

 

ทั้งนี้จากการสอบสวนนายณัฐพลคนขับรถบัส เบื้องต้นทราบว่า รถบัสคันดังกล่าวได้วิ่งมาจากฝั่งตัวเมืองภูเก็ต เพื่อนำนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 22 คน ซึ่งมาจากสนามบินไปส่งยังโรงแรมกะรนฮิลล์ ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ขณะที่รถยนต์กระบะวิ่งมาจากฝั่งวัดฉลองเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต เมื่อมาถึงจุดดังกล่าว รถกระบะที่วิ่งสวนมาได้เกิดวิ่งข้ามเลนมากะทันหัน จึงหักหลบไม่ทัน และเกิดการชนกันอย่างรุนแรง แต่โชคดีที่นักท่องเที่ยว 22 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ

 

ขณะที่คนขับรถยนต์กระบะก็ได้พยายามบอกว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิดแต่เป็นฝ่ายรถบัสที่วิ่งกินเลนเข้ามา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่าฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูก เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เริ่มวุ่น! คดี “จอมทรัพย์” ส่อพลิก อดีต ส.ว.มุกดาหาร เปิดความจริงบางมุม

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzMC8yMTU0NzgyLzEwNDIxMC5qcGc=

18 ม.ค. 60 – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร ที่ออกมาร้องเรียนกับกระทรวงยุติธรรมว่า ตกเป็นแพะ ในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต คือ เมื่อปี 2548 นางจอมทรัพย์ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า ได้ขับรถชน นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี ซึ่งกำลังขี่จักรยานไปอยู่ยามประจำโกดังเก็บกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุเสียชีวิตบนถนนในพื้นที่ ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยคดีนี้มีการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม 3 ศาล คือ ศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก 3 ปี 2 เดือน ส่วนชั้นอุทธรณ์ยกฟ้อง และเมื่อปี 2557 ศาลฎีกาพิพากษาตามศาลชั้นต้น ภายหลังนางจอมทรัพย์ได้รับการอภัยโทษรวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน

ต่อมานางจอมทรัพย์ร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมว่า ตกเป็นแพะในคดีดังกล่าว เเละขอให้ศาลอุทรณ์ภาค 4 รื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ ซึ่งศาล จ.นครพนม ได้นัดสืบพยานจากฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายคัดค้าน ระหว่างวันที่ 8–10 ก.พ. เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวกลายเป็นกระแสสังคม เนื่องจากมีข่าวแพร่ออกไปตามสื่อมวลชนเเละรวมถึงโลกโซเชียล มีเดีย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาโต้แย้งว่า ได้ดำเนินคดีถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายและมั่นใจว่า นางจอมทรัพย์เป็นผู้กระทำผิดจริง พร้อมยืนยันว่า มีการสร้างเรื่องเเละจัดฉาก รวมถึงมีการว่าจ้างให้ผู้อื่นมารับผิดแทนนางจอมทรัพย์ เเละอยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมหลักฐาน โดยจะมีการแจ้งความเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการนี้ภายในเร็ว ๆ นี้

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามข้อเท็จจริงกับ พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร  ในเรื่องนี้ โดยอดีตส.ว.มุกดาหารชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2556 กลุ่มบุคคลประมาณ 10 คน นั่งรถตู้ มาพบที่บ้านพักของตนใน จ.มุกดาหาร โดย 1 ในจำนวนนี้ มีนายสับ วาปี (ซึ่งเป็นญาติทางฝ่ายแม่ของนางจอมทรัพย์) เพื่อขอให้ช่วยเหลือเรื่องคดีความของนางจอมทรัพย์ แต่ตนได้ปฏิเสธไป เนื่องจากศาลฎีกาได้พิพากษาเป็นที่สิ้นสุดแล้ว

พ.ต.ท.จิตต์ กล่าวว่า โดยระหว่างที่มีการพูดคุยในเรื่องนี้ บางคนในกลุ่มนั้นได้บันทึกวิดีโอและภาพนิ่งไว้  ตนจึงได้ทักท้วงไปว่า “ควรให้เกียรติกันบ้าง และขอความร่วมมือไม่ให้ถ่ายภาพ” กระทั่งทราบว่า มีการนำไปเป็นหลักฐานในการยื่นเรื่องต่อกระทรวงยุติธรรม และยื่นเรื่องร้องต่อศาลจังหวัดนครพนมเพื่อรื้อฟื้นคดี

พ.ต.ท.จิตต์ ระบุว่า ในตอนนั้นให้คำปรึกษาไปว่า คดีนี้ศาลพิพากษาคดีเป็นที่สิ้นสุด ไม่สามารถช่วยเหลือทางคดีได้ กลุ่มบุคคลดังกล่าวจึงเดินทางกลับ โดยส่วนตัวไม่ได้รู้จักนายสับเป็นการส่วนตัว แต่มีครูใน จ.มุกดาหาร พากลุ่มบุคคลเข้ามาพบ

 

ปิกอัพหลับใน สยอง 4 ศพ เสนอม.44ล้อมคอกรถตู้

10

สยอง พอเจาบาวขับรถปกอัพพาญาติและเพื่อนบานรวมขบวน เพื่อพาลูกชายทําพิธีแตงงานบานฝาย หญิง เกิดหลับในทําใหรถแหกขบวนพุงลงทุงนาขางทางชนอัดคันนาโครมสนั่น มีผูสังเวยชีวิต 4 ศพ เจ็บ 4 ราย สวนคดีรถตูโดยสารชนประสานงารถปกอัพ ญาติรํ่าไหรับศพกลับไปบําเพ็ญกุศลตามประเพณีหมด แลว “บิ๊กตู” ยํ้าตองคุมเขมรถตูโดยสารใหถูกตองตามกฎหมาย รวมถึงรถปกอัพตองไมใหคนนั่งอยูกระบะ ทาย รมว.คมนาคมเตรียมเสนอ คสช.ใชม.44 เพิ่มโทษคนขับและผูประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ประกาศใชกอนเทศกาลสงกรานตกําหนดใหรถติดจีพีเอส และจะไมจดทะเบียนรถตูเปนรถโดยสาร สาธารณะ แตจะใหเปลี่ยนมาใชมินิบัสแทน

พอเจาบาวขับแหกขบวนเจาบาว พุงชนคันนามีผูเสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บ 4 คนรายนี้เปดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.20 น. วันที่4 ม.ค. พ.ต.ท.วิชัย ไถวฤทธิ์รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.โพนทองและยังเป็นเจ้าของกิจการร้านขายกล่องกระดาษ กล่องไปรษณีย์ราคาถูกใน จ.รอยเอ็ด  รับแจงเหตุ รถปกอัพตกลงไปในทุงนาขางถนนหมายเลข 2116 โพนทอง-ขอนแกน กม.8-9 ใกลทางแยกเขาบาน หนองไฮ หมู6 ต.โพธิ์ทอง อ.โพนทอง มีผูเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย นํากําลังและเจาหนาที่หนวย กูภัยเจาพอกุดเปง รุดไปสอบสวน

ที่เกิดเหตุเปนถนนขนาด 2 เลนวิ่งสวนกัน ในทุงนาหางถนนราว 200 เมตร พบรถปกอัพโตโยตารีโวสี ขาวใหมเอี่ยม ยังไมติดแผนปายทะเบียน ชนอัดกับคันนาขนาดใหญหนารถพังยับเยิน มีผูเสียชีวิต 3 ศพ กระเด็นออกมาตายนอกรถ 3 ศพ ชื่อนายบุญจันทรราชจันทรดา อายุ29 ปนายอาคม นามโส อายุ66 ปกับนายอาคม บังสะพาน อายุ45 ปทั้งหมดเปนชาว ต.หนองแก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลําภู

นอกจากนี้ยังพบผูบาดเจ็บอีก 5 คนนอนรองครวญครางเกลื่อนพื้นทราบชื่อนายธวัชชัย ราชจันทรดา อายุ52 ปคนขับเปนพอของนายบุญจันทรผูเสียชีวิต อยูบานเลขที่1/1 หมู8 ต.หนองแก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลําภูนางพนมพร ราชจันทรดา อายุ47 ปภรรยาคนขับ นายสมบัติโสภาเลิศ อายุ51 ปนางประพันธอาจคําไพ อายุ66 ปและนายเฉลิม ชัยบุญมา อายุ51 ปรีบนําสง รพ.โพนทอง แตนายสมบัติเสียชีวิตในเวลาตอมา ทําใหมียอดผูเสียชีวิตรวม 4 ศพ บาดเจ็บสาหัส 4 คน

พ.ต.ท.วิชัย ไถวฤทธิ์พนักงานสอบสวนเจาของคดีเปดเผยวา จากการสอบสวนทราบวารถคันที่เกิดเหตุ เปน 1 ใน 4 คัน พานายประยงคกาบคมราช อายุ25 ปลูกชายภรรยาคนใหมของนายธวัชชัย คนขับ ไป เขาพิธีแตงงานที่บานศรีชุมพล ต.หนองหมีอ.กุดชุม จ.ยโสธร ซึ่งเปนบานเจาสาว เดินทางออกจากบาน ที่จ.หนองบัวลําภูชวงเที่ยงคืน มีนายธวัชชัยขับพาญาติและเพื่อนบานตามมาเปนคันที่สอง สวนนาย ประยงคนั่งรถคันที่สาม ถึงที่เกิดเหตุรถวิ่งแหกขบวนลงทุงนาไปชนกับคันนา ทําใหคนที่นั่งอยูกระบะทาย กระเด็นกระแทกพื้นเสียชีวิต สวนคนในรถบาดเจ็บ คาดวาคนขับหลับใน ญาติไดพานายประยงคไปเขา พิธีแตงงานตามกําหนด

สวนความคืบหนากรณีรถตูโดยสารสายจันทบุรี-กรุงเทพฯ ทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร เสียหลัก ตกรองกลางถนนขามเลนชนประสานงากับรถปกอัพอีซูซุทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร บน ถนนสายบานบึง-แกลง หมู1 ต.หนองอิรุณ อ.บานบึง จ.ชลบุรีทําใหมีผูเสียชีวิตรวม 25 ศพนั้น พ.ต.อ.สหัส โหรวิชิต รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรีเดินทางไปที่สภ.บานบึง รวมกับ พ.ต.อ.ดุษฎีกุญชร ณ อยุธยา ผกก.สภ.บานบึง ประชุมสรุปสํานวนการสอบสวนนานรวม 2 ชั่วโมง จากนั้น พ.ต.อ.ดุษฎีกลาว วา เรื่องสํานวนคดีจบแลว ตํารวจจะสั่งไมฟอง เพราะคนขับรถตูเสียชีวิตในที่เกิดเหตุและทางบริษัทตน สังกัดรถตูมรณะประสานกับบริษัทประกันภัยเพื่อจายคา สินไหมทดแทนใหคนเจ็บและทายาทผูเสียชีวิต หากผูเสียหายรายใดยังไมพอใจ สามารถใชสิทธิฟองรองทางแพงได

ดาน พ.ต.ท.วิโรจนแจมจํารัส พนักงานสอบสวนเจาของคดีกลาววา ผูโดยสารรถตู3 คนที่ยังไมทราบ ชื่อตอนนี้รูชื่อแลวคือ น.ส.ดารณีพรายคง อายุ27 ปบานเลขที่4 หมู1 ต.สามพี่นอง อ.แกงหางแมว จ.จันทบุรีน.ส.ดวงฤทัย วงศศิริวิบูลยอายุ20 ปบานเลขที่297 หมู1 ต.นาโปง อ.เมืองเลย และศพ นางวิมล วีระนิธ อายุ36 ปบานเลขที่7 หมู2 ต.เวฬุอ.ขลุง จ.ตราด ญาติไปติดตอขอรับศพเพื่อนํา กลับไปบําเพ็ญกุศลตามประเพณีแลว

เชาวันเดียวกัน น.ส.ศศินันทสิทธิบุศยอายุ45 ปมารดาของนายพรหมพต หรือกันตกอศิริวรานนท นิสิตคณะแพทยศาสตรป2 จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย หนึ่งในผูโดยสารรถตูมรณะ พรอมญาตินิมนตพระ สงฆไปรับศพนายพรหมพต ที่สถาบันนิติเวชวิทยา นําขึ้นรถของสมาคมสวางกตัญูธรรมสถาน จันทบุรี และรถ รพ.จุฬาลงกรณนํากลับไปบําเพ็ญกุศลที่วัดปาคลองกุง อ.เมืองจันทบุรีโดยแวะจุดเกิดเหตุเพื่อทําพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของลูกชาย น.ส.ศศินันทเผยวา เหตุการณที่เกิดขึ้นเปนความสูญเสียครั้ง ใหญสวนตัวฝากความหวังไวมากเพราะไดสงเสียใหลูกชายเขาเรียนคณะแพทยไวเปนที่พึ่งพายาม บั้นปลายชีวิต เปนอนาคตของนองกันตและครอบครัว หลังจากนี้ไมอยากใชบริการรถตูอีกหากไมจําเปน อยากฝากถึงคนขับรถตูทุกคันชวยตระหนักถึงความปลอดภัยใหมาก

ดานนายเกษมศันตและนางเกศรา ไทยตรงบิดาและมารดานายกันตินันทหรือคิว ไทยตรง โปรแกรมเมอรบริษัทฮิตาชิสํานักงานใหญหนึ่งในผูเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถตูมรณะ เปดเผยหลังงานพิธี ศพลูกชายที่วัดธรรมมาศนนักบุญโปรแตส บานทาแฉลบ อ.เมืองจันทบุรีวา ตองการฟองรองเปนคดี ตัวอยางแกบริษัทรถตูรวมบริการที่ทําใหเกิดเหตุการณครั้งนี้บริษัทตองออกมารับผิดชอบมากกวาการให ตัวแทนบริษัทประกันเปนผูดําเนินการ

ที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตํารวจ ญาติผูเสียชีวิตทยอยมารอรับศพตั้งแตชวงเชา เจาหนาที่ทยอยนําศพสงให ญาติเมื่อพบเห็นรางอันไรวิญญาณของคนในครอบครัวตางรํ่าไหดวยความโศกสลด กระทั่งชวงเย็นญาติ ขอรับศพกลับไปทั้งหมด โดยนายสุรศักดิ์เจือจาน อายุ26 ปญาติฝายรถกระบะ กลาววา ตนไดนํา เอกสารมารับศพ 3 ศพ คือ นางพันธเจือจาน แมน.ส.สุดาพร เจือจาน นองสาว และ ด.ช.สุภกฤษ เจือ จาน ลูกชาย หลังจากมีการตรวจดีเอ็นเอยืนยันตัวบุคคลเปนที่เรียบรอยแลว โดยจะนําทั้ง 3 ศพ ไป บําเพ็ญกุศลที่วัดชองนนทรีเขตยานนาวา กรุงเทพฯ

ที่สํานักงานตํารวจแหงชาติพล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นต. กลาววา จากการตรวจพิสูจนผูขับรถตู อยางละเอียด ไมพบแอลกอฮอลในเลือดและไมมีสารเสพติดในรางกาย สวนการตรวจพิสูจนอัตลักษณ บุคคลผูเสียชีวิตจะทราบผลทั้งหมดชวงคํ่า สวนศพที่ถูกไฟไหมสามารถตรวจดีเอ็นเอยืนยันตัวบุคคลได ทางเจาหนาที่อยูระหวางการเรงสรุปการเสียชีวิตทั้งหมด วาการเสียชีวิตเกิดจากแรงกระแทกหรือเกิดจาก การถูกไฟไหมตองรอผลจากหองปฏิบัติอีกหนอย เพราะผูเสียชีวิตจะมีการสูดกาซบางตัวเขาไป เพื่อ เปนการยืนยันวายังมีชีวิตอยูในขณะที่เกิดไฟไหม

สวน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสํานักงานตํารวจแหงชาติกลาววา จากการวิเคราะหของ สาเหตุอุบัติเหตุบนทองถนนมักจะมีรถตูเขาไปเกี่ยวของ อยากจะฝากไปยังผูประกอบการรถตูขอใหคํานึง ถึงความปลอดภัยของผูโดยสารเปนหลัก ในการประกอบการของรถตูจะตองปฏิบัติตามกฎหมาย ถาไมมี การประกอบการตามกฎหมาย เปนรถที่ไมไดรับอนุญาต จะผิดฐานประกอบการขนสงโดยไมไดรับ อนุญาต มีโทษจําคุกไมเกิน 5 ปปรับระหวาง 2 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาท ถานํารถไปใชผิดประเภท จะมี ความผิดปรับตั้งแต5 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท ผูขับขี่นอกจากจะตองมีความพรอมของรางกาย จะตองมี ใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกตองดวย ถาใชใบอนุญาตผิดประเภท จะมีความผิดอัตราโทษจําคุก 2 ปปรับไมเกิน 4 หมื่นบาท สวนการวิ่งผิดเสนทางจะมีความผิดปรับ 5 พันบาทตอ 1 วัน สําหรับสาเหตุของอุบัติเหตุใน ครั้งนี้ยังตองรอผลการสอบสวนอีกครั้ง

ที่ทําเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธจันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหนา คสช. กลาวถึงการแกปญหารถตู โดยสารวา วันนี้รถตูใหบรรทุกเทาไหรตองมีสายรัดนิรภัยและตองดูวาคาดหรือไมรถตูตองอยูในกรอบ กติกา รถตูปายเหลือง เอามาขึ้นทะเบียนใหเรียบรอยถูกตองตามกฎหมาย 100 เปอรเซ็นตเชื้อเพลิงตอง เปลี่ยนใชเอ็นจีวีเรื่องระยะเวลากําลังหารือกันวาจะใหเปลี่ยนเมื่อไหรสวนรถกระบะใชบรรทุกของ ไปนั่ง ทายกันเปนสิบๆคน ตองมีมาตรการปองกัน เพราะใหตายคนเดียวตนก็รับไมไดคนบาดเจ็บ สูญเสียคือ ใคร พอแมครอบครัว ลูกเมีย อนาคตหายไปทั้งหมด ทุกคนตองชวยอยามากดดันรัฐบาลวาตองทําอะไร เดี๋ยวตนจะใหเขาถอดตัวกฎหมายตางประเทศมาดูวาหามอะไรบาง ใบขับขี่ทําอยางไร เพียงแตเรื่องของ ระบบขนสงที่ผานมาทั้งสวนของรถไฟ รถเมลขสมก.เคยไดรับการปรับปรุงหรือไมตองมีรถตูมาเสริม แต ดันไมปลอดภัยมันเปนทั้งระบบ

นายกฯกลาววา ทุกคนไมไดอยูในเรื่องของระเบียบมาแตแรก กฎหมายมีทุกตัว ตอไปนี้พลขับโดนหมด บริษัทขนสง ผูประกอบการตองไปดูแลเรื่องประกันรถ ตอไปนี้หากรถคันไหนไมพรอม ไมใหออกจากทา แตถาไมชวยกันมันก็ลําบาก มันก็จะเปนอยูอยางนี้อับอายเขา เพราะสูญเสียเยอะทั้งคน และงบประมาณ มากมาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ตนไมไดปฏิเสธความรับผิดชอบ แตตองรวมมือกัน

ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กลาวถึงเรื่องเดียวกันวา ตอง เขมงวดตอไป รถมีกี่ที่นั่ง ตองนั่งตามนั้น ขณะที่รถปกอัพกระบะทายนั่งไมไดเลยเพราะใชสําหรับบรรทุกสิ่งของ ไมใชนําคนไปนั่ง หากเกิดอุบัติเหตุโอกาสที่จะรอดมันนอย ตอไปคงตองเขมงวดมากขึ้น จริงๆ เราเขมงวดเรื่องเหลานี้อยูแลว ไมวาจะเปนตํารวจ ทหารและฝายปกครองที่ทํางานรวมกัน ในที่ประชุม ครม.มีการหารือรวมกัน จะหารถที่ทําใหเกิดความปลอดภัยในระยะสั้น จะเปนรถมินิบัสวิ่งในระยะทางสั้นๆ ไดหรือไมเชน กรุงเทพฯ-จันทบุรีหรือกรุงเทพฯ-ลพบุรีมอบใหกระทรวงคมนาคมไปคิดและดําเนินการ เพื่อใหเกิดความปลอดภัย เกิดการบริการที่ดีตอประชาชน

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. เผย วา เหตุรถตูโดยสารชนกับรถปกอัพครั้งนี้ถือวาคอนขางรายแรง เจาหนาที่ทุกคนพยายามดําเนินงานตาม กรอบงาน แตอาจมีประชาชนบางสวนที่ละเลยและละเมิด โดยเฉพาะการดื่มสุราจนเกิดอุบัติเหตุบนถนน เสนรอง และรถโดยสารสาธารณะที่ทํางานเกินชวงเวลา จนรางกายคนขับไมพรอม สวนมาตรการดูแล ปญหารถตูโดยสาร พล.อ.เฉลิมชัยกลาววา คสช.ตองรวมมือกับกระทรวงคมนาคมจัดตั้งระบบ แตหาก คนยังขาดจิตสํานึกความรับผิดชอบตอสวนรวมก็แกไขปญหาไดยาก คิดวาตองจัดระเบียบเรื่องของคน ขับรถตูโดยสารใหมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่รับผิดชอบจะตองคัดเลือกคนที่ไววางใจไดนาเชื่อถือ และ มีประวัติที่ดีมาเปนผูขับรถ สวนจะมีการพิจารณาเพิ่มโทษกับผูที่กระทําความผิดหรือไมนั้น ตนมองวา เรื่องขอกฎหมายเปนเรื่องที่ละเอียด ไมสามารถทําไดทันทีเพราะการจะดําเนินการทุกอยางตองมีการ หารือรวมกันกอน ที่สําคัญที่สุดคือการมีจิตสํานึกของคน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปดเผยวา นายกรัฐมนตรีมีความเปนหวงกรณีรถตูโดยสารชน รถกระบะสงผลใหมีผูเสียชีวิต 25 ราย ดังนั้น ภายในเดือน ม.ค.นี้กระทรวงคมนาคมจะเสนอใหคสช.ใช มาตรา 44 เพิ่มบทลงโทษทั้งทางแพงและทางอาญา กับผูขับขี่รถโดยสารสาธารณะทุกประเภท และผู ประกอบการเพิ่มขึ้น หากเกิดอุบัติเหตุรายแรงสงผลกระทบสังคมในวงกวาง โดยจะเรงสรุปแผนราย ละเอียดการบังคับใชกฎหมาย ใหมีบทลงโทษตางๆไดภายในเดือนนี้และจะใหมีผลบังคับใชกอนเดือน เม.ย. ที่เปนชวงเทศกาลสงกรานตนอกจากนี้ยังออกมาตรการแกไขปญหาทั้งระยะเรงดวน และระยะยาว ที่จะควบคุมรถโดยสารสาธารณะ

รมว.คมนาคมกลาวตอวา มาตรการเรงดวน จะกําหนดใหผูประกอบการรถตูโดยสารสาธารณะทุกคันติด ตั้งระบบติดตามตําแหนงที่ตั้งรถผานดาวเทียม หรือจีพีเอส ภายใน 31 มี.ค.นี้จัดหนวยเคลื่อนที่เร็วของ กรมการขนสงทางบกตรวจความพรอมทั้งคนขับและสภาพรถ สวนมาตรการระยะยาว กรมการขนสงทาง บกไดเคยมีผลการศึกษาวารถตูไมเหมาะสมที่จะนํามาใหบริการโดยสารสาธารณะเพราะโครงสรางเปนรถ ขนสงสินคา จากการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะในป2553 และป2557 รถตูโดยสารจะทยอยหมด อายุการใชงานตั้งแตป2562-2564 ก็จะหมดจากระบบ และทางกระทรวงคมนาคมไมมีนโยบายจด ทะเบียนรถตูเพื่อใหบริการเดินรถ แตจะผลักดันใหผูประกอบการเปลี่ยนจากรถตูมาเปนรถโดยสาร สาธารณะขนาดกลาง ขนาด 20 ที่นั่ง โดยภาครัฐจะประสานงานไปยังกระทรวงการคลังเพื่อหามาตรการ ชวยเหลือทางการเงินกับผูประกอบการตอไป

ขณะที่นายสนิท พรหมวงษอธิบดีกรมการขนสงทางบก กลาววา ทางกรมการขนสงทางบกจะรวบรวม รายละเอียดในการเพิ่มบทลงโทษรถโดยสารสาธารณะ ทั้งคนขับ ผูประกอบการ เพื่อเสนอกระทรวง คมนาคมกอนเสนอ คสช.เพื่อมีผลบังคับใชและเพื่อเปนการควบคุมปองกันและดูแลผูใหบริการรถตู โดยสารสาธารณะทั้งระบบ ทางกรมการขนสงทางบก ไดกําหนดวาภายในเดือน ก.พ.นี้ผูประกอบการ เดินรถตูโดยสารทุกคันจะตองมาออกรถใหบริการที่สถานีขนสง บขส.เทานั้น เพื่อใหเจาหนาที่ไดตรวจ สอบคุมเขมทั้งสภาพคนและสภาพรถ

นายนพดล ปทมะ อดีต รมว.ตางประเทศ กลาววา ขอเสนอใหแกไขปญหาการเกิดอุบัติเหตุรถโดยสาร รถตูยังคิดและแกแบบเดิมๆ เชน การติดตั้งจีพีเอสที่รถตูไมสามารถปองกันคนขับรถเร็วเกินกําหนดได ตองคิดใหมทําใหมแกปญหาใหตรงจุด บังคับใหรถโดยสาร รถตูโดยสาร รถบรรทุก รถพวง ติดเครื่องตัด ความเร็วที่เครื่องถาคนขับเหยียบคันเรงเกินความเร็วที่กําหนด เชน 90 กิโลเมตรตอชั่วโมง หลาย ประเทศในสหภาพยุโรปมีกฎหมายบังคับแลว เพราะศึกษาพบวาการขับรถเร็วคือสาเหตุหลักการเกิด อุบัติเหตุ

 

ศาลสหรัฐฯสั่งจำคุกหญิงไทย 30 เดือน ปรับ 28 ล้านบาท คดีโกงกระเป๋าแบรนด์เนม

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqyoc8ymtqyndk4lzyuanbn

ศาลสหรัฐฯ พิพากษาจำคุกหญิงไทย 30 เดือน หลังถูกจับในคดีฉ้อโกงหลอกซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์ดัง 500 กว่าใบส่งให้ลูกค้าทางกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังสั่งปรับและชดใช้ค่าเสียหายกว่า 28 ล้านบาท พร้อมเตรียมถูกเนรเทศหลังพ้นโทษ

สื่อมวลชนท้องถิ่นในสหรัฐฯ รายงานข่าวความคืบหน้า คดีที่นางสาวแพรพิชชา (Praepitcha) หญิงไทย อายุ 41 ปี ตกเป็นจำเลยคดีฉ้อโกงผ่านการทำธุรกรรมออนไลน์ หลังถูกเจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ จับเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

สถานีโทรทัศน์ NBCในกรุงวอชิงตัน ให้ความสนใจรายงานข่าวระบุว่า ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เขตตะวันออก รัฐเวอร์จิเนีย เมืองอเล็กซานเดรีย ชานกรุงวอชิงตัน มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2559 ตัดสินให้จำคุก นางสาวแพรพิชชา จำเลยชาวไทยเป็นเวลา 30 เดือน และมีสั่งคุมประพฤติอีก 3 ปี หลังจากนั้น พร้อมทั้งสั่งปรับ ราวๆ 400,000 ดอลลาห์ หรือประมาณ 14 ล้านบาท และชดใช้่ค่าเสียหายในจำนวนเดียวกันกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในคดีฉ้อโกง รวมเป็นเงินทั้งสิ้นที่ศาลสั่งให้ชดใช้ราวๆ 800,000 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 28 ล้านบาท

รายงานบันทึกคำให้การในชั้นศาลระบุว่า นางสาวแพรพิชชาให้การรับสารภาพในพฤติกรรมการกระทำผิด ด้วยการวางแผนสั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมของแท้ ราคาสูงจากร้านค้าออนไลน์ของห้างสรรพสินค้าในสหรัฐฯ ก่อนที่จะนำกระเป๋าของปลอมที่ผลิตในจีนและฮ่องกง ไปคืนที่แผนกรับคืนสินค้ากว่า 60 แห่งในรัฐต่างๆอย่างน้อย 12 รัฐทั่วอเมริกาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับผิด ก่อนจะนำสินค้าของจริงไปโพสต์ขายออนไลน์ โดยประเมินความเสียหายกว่า 4 แสนเหรียญสหรัฐฯ โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ที เจ แม็กซ์ ซึงเป็นผู้เสียหายรายใหญ่ หลังจากตรวจสอบพบกระเป๋าปลอมที่จำเลยนำไปคืนมากกว่า 226 ใบ โดยได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกระเป๋าแบรนด์เนม หลายยี่ห้อที่ขึ้นให้การว่า กระเป๋าที่เธอส่งคืนนั้นเป็นของปลอม

ขณะที่รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ อ้างอิง บันทึกคำให้การในชั้นศาล ว่า นางนีน่า กินส์เบิร์ก ทนายความของนางสาวแพรพิชชา ได้ขึ้นแถลงแก้ต่างต่อศาลว่า เหตุที่นางสาวแพรพิชชาทำลงไป เป็นเพราะได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการถูกผู้ปกครองทารุณร่างกายและจิตใจมาตั้งแต่เด็กเมื่อครั้งยังอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่เพราะความโลภหรือต้องการฉ้อโกง

นางสาวแพรพิชชา นอกจากจะกล่าวรับสารภาพแล้วเธอยังได้กล่าวขอโทษต่อการกระทำที่น่าละอาย ที่เธอยอมรับว่าเป็นความผิด และสมควรได้รับการถูกลงโทษในเรือนจำ

นอกจากนี้ จำเลยยังได้ทำความตกลงที่จะชำระค่าชดใช้ราว 400,000 ดอลลาร์ หลังจากได้รับการปล่อยตัว และยอมรับการถูกเนรเทศส่งตัวกลับประเทศไทย หลังได้รับโทษ

น.ส.แพรพิชชา มีอาชีพเสริมเป็นครูในโรงเรียนเตรียมอนุบาลแห่งหนึ่งในเขต ฟอร์ต วอชิงตัน ของรัฐแมรีแลนด์ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯติดตามพฤติกรรมและล่อซื้อจนสามารถบุกเข้าค้นห้องพักของเธอ ในย่านอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย และตรวจยึดของกลางเป็นกระเป๋ามากถึง 527 ใบ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : งามหน้า! สาวไทยสลับกระเป๋าปลอมคืนร้าน ขายต่อของแท้ได้เงินเกือบ 40 ล้าน

พระขี้ลืม เบิกเงิน 2 หมื่นไม่ได้ กราบเคาเตอร์ธนาคารไม่ไปไหน

พระขี้ลืม เบิกเงิน 2 หมื่นไม่ได้ กราบเคาเตอร์ธนาคารไม่ไปไหน

 

พระสงฆ์ขี้ลืม ขอเบิกเงิน 2 หมื่น ทั้งที่เงินในบัญชีมี 1 พันกว่าบาท นั่งก้มลงกราบเจ้าหน้าที่หน้าเคาท์เตอร์ระบุถ้าไม่ได้เงิน จะไม่ลุกไม่ไปไหน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (8 ธ.ค.)  เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากนายจิตธิพล แซ่ตัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธนาคารแห่งหนึ่งสาขา ถ.เทพกระษัตรี แถวร้านขายกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุราคาถูก  6/7 ม.6 ต.รัษฏา อ.เมือง จ.ภูเก็ต

ว่ามีพระสงฆ์มาขอเบิกเงินจำนวนมากกว่าเงินจริงที่มีอยู่ เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่สามารถทำการเบิกเงินให้ได้ และพยายามอธิบายแต่ไม่เป็นฟังเหตุผล พระรูปดังกล่าวนั่งหน้าเคาท์เตอร์เบิกเงินไม่ยอมไปไหนจะขอให้เบิกเงินจำนวน 2 หมื่นให้ได้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบ

หลังรับแจ้ง ร.ต.ท. ชาตรี เวชรังษี รองสารวัตรปราบปราม สภ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าตรวจสอบพบพระสงฆ์รูปดังกล่าวทราบชื่อ พระวีระ อายุ 62 ปี เป็นชาว อ.เมือง จ.นครสวรรค์ (ตามใบสุทธิ) โดยพระวีระกำลังนั่งคุกเข่ายกมือไหว้อ้อนวอนเจ้าหน้าที่ธนาคาร และยังก้มลงกราบบริเวณหน้าเคาท์เตอร์ เพื่อขอให้เบิกเงินจำนวน 2 หมื่นบาทให้ได้ โดยระบุว่าถ้าไม่ได้เงินจำนวนดังกล่าวก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบเงินในบัญชีของพระวีระพบว่ามียอดเงิน อยู่เพียง 1,091 บาทจริง และเมื่อดูประวัติเบิกถอนย้อนหลังพบว่ามีประวัติการเบิกถอนเงินออกจากธนาคาร ไปแล้วจำนวน 20,000 เมื่อวานนี้ (7 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงอธิบายอีกครั้งว่า เงินในบัญชีไม่เพียงพอแต่พระวีระก็ไม่รับฟัง

 

สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้อง เชิญตัวตัวไปยังวัดพุทธมงคลนิมิตรพระอารามหลวง เพื่อพบพระครูเมตตาภิรมเจ้าคณะ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และเจ้าอาวาส พระวีระจึงยินยอมไป  ร.ต.ท. ชาตรี เวชรังษี รองสารวัตรปราบปราม สภ.เมือง และเจ้าหน้าที่ได้พาตัวพระวีระไปยังวัดพุทธมงคลนิมิตร (พระอารามหลวง) เพื่อพบพระครูเมตตาภิรมเจ้าคณะอำเภอเมืองภูเก็ตและเจ้าอาวาส

แต่ปรากฏว่าเจ้าอาวาสติดนิมนต์ไม่อยู่ จึงได้พูดคุยสอบถามเพิ่มเติมจากพระวีระจนทราบว่าพระวีระนั้นมีอาการหลงๆ ลืมๆ และเพิ่งนึกได้ว่าตนได้เบิกเงินจากธนาคารไปแล้วเมื่อวานนี้ (7 ธ.ค.) พร้อมฝากขอโทษไปยังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะธนาคาร และขอให้ไปส่งที่ บขส.ภูเก็ต เพื่อเดินทางกลับไปวัดที่จำพรรษาที่จังหวัดตรัง

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเห็นว่าไม่ได้เป็นการเจตนาและมีใบสุทธิรับรองถูก ต้อง จึงนิมนต์ส่งยังบขส.ภูเก็ตเพื่อให้เดินทางกลับจ.ตรัง อย่างไรก็ตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมทราบว่า พระ วีระ สุเมธโส ได้บรรพชาอุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ก่อนจะลงมาจำพรรษาทางใต้ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ต่อมาได้ย้ายไปวัดแห่งหนึ่งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนจะกลับไปจำพรรษาที่จังหวัดตรังอีกครั้ง รวมระยะเวลากว่า 19 พรรษา